เสียงสะท้อนหลังกำแพง ตอน ปลุกยักษ์ตื่น

เสียงสะท้อนหลังกำแพง ในบทความนี้ไม่เหมือนกันกับตอนอื่นๆที่เป็นเรื่องราวชีวิตของผู้ต้องขัง หากแต่คราวนี้เป็นเรื่องของการบอกเล่าแนะนำกองงานฝึกวิชาชีพที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางได้จัดตั้งขึ้นใหม่ นั่นก็คือ กองงานศิลปะไฟเบอร์กลาส โดยกองงานดังกล่าวจะเน้นไปที่งานปั้นและงานเพ้นท์สีเป็นหลัก ซึ่งแนวความคิดของตัวผลิตภัณฑ์ จะออกมาในรูปแบบชิ้นงานศิลปะที่เป็นงานคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม หรือเป็นสินค้าที่ให้ความรู้สึกถึงคุณภาพที่สูงกว่าปกติ อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่มีจำหน่ายทั่วไปตามท้องตลาด รวมถึงยังเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ในการใช้สอย อีกด้วย

นายวุฒิชัย เจนวิริยะกุล ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ผู้ริเริ่มโครงการฝึกวิชาชีพ งานไฟเบอร์กลาส “ปลุกยักษ์ตื่น”

สำหรับโครงการฝึกวิชาชีพดังกล่าว เกิดจากความเชื่อว่า งานศิลปะทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นงานปั้น งานวาด งานเพ้นท์สีหรืออื่นๆ สามารถทำให้ผู้ต้องขังในทัณฑสถานฯ มีสมาธิแน่วแน่กับสิ่งที่ตนเองทำ ทำให้เกิดความรู้สึกเพลิดเพลิน วันเวลาผ่านไปรวดเร็ว

ผลงาน ด้านงานวาดและงานเพ้นท์สี ของกลุ่มผู้ต้องขังในกองงานฝึกวิชาชีพ งานไฟเบอร์กลาส

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา งานศิลปะในทัณฑสถานฯ ยังไม่ค่อยมีรูปแบบและทิศทางที่ชัดเจน จึงไม่สามารถแปลงความรู้ทางศิลปะให้กลายเป็นอาชีพภายหลังพ้นโทษได้อย่างจริงจัง โครงการนี้จึงเป็นอีกความพยายามหนึ่ง ที่ต้องการจะทดลองผลิตชิ้นงานศิลปะในรูปแบบไฟเบอร์กลาส เพื่อให้ผู้ต้องขังที่สนใจงานศิลปะได้เรียนรู้ ต่อยอดทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ ในการผลิตชิ้นงานเป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยม ซึ่งสามารถนำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษได้

หัวหน้ากองงานฝึกวิชาชีพงานไฟเบอร์กลาส ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการปั้นต้นแบบ
กลุ่มผู้ต้องขังกองงานฝึกวิชาชีพงานไฟเบอร์กลาส ฝึกขึ้นรูปต้นแบบ

ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของกองงานคือ กระถางต้นไม้รูปยักษ์ โดยเราตั้งชื่อชิ้นงานนี้ว่า “ปลุกยักษ์ตื่น”

ตัวอย่างชิ้นงานที่หล่อขึ้นรูปจากแม่พิมพ์ต้นแบบ
กลุ่มผู้ต้องขังกองงานฝึกวิชาชีพงานไฟเบอร์กลาส ฝึกทักษะด้านการทำผิวชิ้นงาน

เหตุผลที่เราใช้ยักษ์ในการประเดิมเปิดกองงาน เป็นเพราะ ยักษ์สะท้อนถึงความเป็นไทย รวมทั้ง ยักษ์ยังเปรียบเสมือนท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งมีหน้าที่คุ้มครองดูแลโลกมนุษย์ เป็นเหมือนเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย และยังเป็นเทพที่ภูตผีปีศาจเกรงกลัวอีกด้วย

แบบชิ้นงานยักษ์ที่หล่อขึ้นเป็นตัวแรก ก่อนที่จะทำการเพ้นท์สี
กลุ่มผู้ต้องขังกองงานฝึกวิชาชีพงานไฟเบอร์กลาส ฝึกทักษะด้านการทำแม่พิมพ์จากต้นแบบยางซิลิโคน

ส่วนคำว่า “ปลุกยักษ์ตื่น” หมายถึง การปลุกศักยภาพที่มีอยู่ในตัวของผู้ต้องขัง ออกมานำเสนอในรูปของชิ้นงานศิลปะ และทำให้เกิดกระบวนการทำงานเป็นทีม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้เกิดการพัฒนาทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ในกลุ่มผู้ต้องขัง สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษได้ โดยรูปแบบผลิตภัณฑ์ตามโครงการนี้ กำหนดออกมาในรูปแบบของยักษ์ไฟเบอร์กลาสที่เป็นชิ้นงานศิลปะที่มีอรรถประโยชน์ เป็นของตกแต่งบ้านและเป็นกระถางต้นไม้ไปในตัว

กลุ่มผู้ต้องขังกองงานฝึกวิชาชีพงานไฟเบอร์กลาส ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องของการปรับพื้นผิว
การแก้ไขและการทำซ้ำ ทำให้กลุ่มผู้ต้องขังกองงานฝึกวิชาชีพงานไฟเบอร์กลาสเกิดความชำนาญมากขึ้น

สำหรับ กระถางต้นไม้รูปยักษ์  มีความสูง 60 เซนติเมตร กว้าง 56 เซนติเมตร สามารถใส่กระถางต้นไม้ขนาด 8 นิ้ว ลงไปได้

กลุ่มผู้ต้องขังกองงานฝึกวิชาชีพงานไฟเบอร์กลาส ฝึกทักษะความชำนาญด้านงานวาดและงานเพ้นท์สี
ตัวอย่างผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ ของกลุ่มผู้ต้องขังกองงานฝึกวิชาชีพงานไฟเบอร์กลาส

ในอนาคตอันใกล้ ทางทัณฑสถานฯ ตั้งใจจะนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกมาวางจำหน่ายสู่สายตาคนภายนอก เพื่อให้เป็นรายได้และเงินปันผลกับบรรดาผู้ต้องขังที่อยู่ในกองงาน เพราะเราเชื่อว่า ผู้ต้องขังที่ติดอยู่ในทัณฑสถานฯแห่งนี้ ส่วนมากเป็นผู้กระทำผิดในเรื่องยาเสพติด คนเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นอาชญากรโดยสันดาน

เมื่อพวกเขามีความรู้ออกไปประกอบอาชีพ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากกลับเข้ามาใช้ชีวิตในเรือนจำอีก ทุกคนอยากออกไปประกอบอาชีพที่สุจริต สร้างครอบครัวที่มั่นคง เมื่อทุกอย่างมั่นคงแล้ว ประเทศนี้ก็จะแข็งแรงและสงบสุข มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ คืนคนดี สู่สังคมกันครับ

แผนผัง โครงการฝึกวิชาชีพ งานไฟเบอร์กลาส “ปลุกยักษ์ตื่น”

Leave a Comment