เสียงสะท้อนหลังกำแพง ตอน เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด

ด้วยการที่มีพร้อมสรรพทุกสิ่งในชีวิต แต่ติดอยู่ตรงที่ยังไม่ครบสมบูรณ์ในทุกอย่าง จึงทำให้ ชายคนหนึ่งไม่รู้จัก “ความพอดีในชีวิต” ซึ่งในวันนี้เขาต้องใช้ทั้งความพยายามและความอดทน เพื่อเรียนรู้ให้เข้าใจถึงความหมายของสิ่งนั้น อีกทั้งยังต้องพยายามข้ามผ่านวันที่โหดร้ายไปให้ได้อย่างปลอดภัย

วันนี้ทีมงานเสียงสะท้อนหลังกำแพง ได้หยิบเอาบทความชีวิตของผู้ต้องขังชายคนหนึ่ง ที่ต้องเข้ามาติดอยู่ในทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง จากความผิดที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่เมื่อต้องเข้าไปอยู่ในสถานที่ดังกล่าว กลับมีบางสิ่งได้ผุดขึ้นมาในความคิดของเขา และทำให้เขาได้รู้จักกับความหมายของชีวิตมากขึ้น

เบ๊ เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างดี ซึ่งเขาเป็นลูกชายคนกลาง จากพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยเจ้าตัวมีนิสัยที่เอาแต่ใจตัวเอง อยากได้อะไรก็ต้องได้ ซึ่งครอบครัวเขาก็ตอบสนองความต้องการอยู่เป็นประจำ ทำให้เขาทำตัวเกเรตั้งแต่ยังเด็ก ไม่สนใจการเรียนเท่าที่ควร แต่กลับมุ่งความสำคัญไปที่เพื่อนเป็นหลัก ดังนั้น เพื่อนจึงเปรียบเสมือนทุกอย่างสำหรับเขา

วันเวลาผ่านไป การรวมกลุ่มกันของเด็กวัยรุ่น ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งเบ๊เองก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากเจ้าตัวมีเงินมากที่สุดในกลุ่ม เขาจึงเป็นเหมือนศูนย์กลางของเพื่อนๆ ใช้เงินที่พ่อและแม่หามาให้ ไปกับยาเสพติดทุกวัน จนกระทั่ง ในที่สุด ก็ผันตัวจากผู้เสพมาเป็นผู้ค้าจนได้

ก๊วนค้ายากลุ่มเล็กๆ ของเขาได้เริ่มขยายตัวออกไปจากรายย่อยเข้าสู่รายใหญ่ ซึ่งแน่นอนเงินทองที่หามาได้จากสิ่งผิดกฏหมาย ยังไงก็ไม่พ้นสายตาของตำรวจไปได้

เบ๊ เริ่มถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสะกดรอยติดตามมาโดยตลอด ทว่าเจ้าตัวก็อาศัยไหวพริบและโชค หลบเลี่ยงมาได้อยู่เสมอ มีบางครั้งเคยจนมุมจนถึงขั้นถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมจับเอาไว้แล้ว แต่ยังสามารถหนีมาได้ด้วยการแอบปลดล็อคกุญแจมือ ก่อนที่จะวิ่งออกมาจากโรงพักแบบดื้อๆ โดยมีเพื่อนที่นัดหมายกันไว้มารอรับและให้ความช่วยเหลือ

ยาไอซ์ จำนวน 2 กรัม นี่เองที่กลายเป็นวัตถุชี้นำความผิดของเขา โดยในวันที่เกิดเหตุ ได้มีลางบอกเหตุหลายอย่างทักเตือนเขาก่อนออกจากบ้าน แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้ใส่ใจ เพราะคิดแต่เพียงว่า ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าคำว่าเพื่อนสำหรับเขาแล้ว เบ๊ไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนที่เขาไว้ใจที่สุด กำลังจะลงมือปิดตายในเส้นทางชีวิตการเป็นพ่อค้ายาเสพติดลงในอีกไม่ช้า

ที่ผ่านมา เบ๊ อาจจะเอาตัวรอดจากการถูกตามจับกุมมาได้ตลอดก็จริง แต่ทว่า ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เพื่อนสนิทของเขา ได้นัดแนะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรอจับกุมเบ๊ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ถูกระดมส่งไปรอในจุดที่เขากำลังจะเดินทางไปถึงที่หมาย

แม้ว่า เบ๊ จะไม่รู้เรื่องดังกล่าวเลยก็จริง แต่ทว่าเมื่อมาถึงจุดนัดพบ ด้วยสัญชาตญาณและประสบการณ์ของตัวเขาเอง ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าน่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล เบ๊จึงพยายามขี่รถจักรยานยนต์เพื่อหลบหนีเหมือนทุกครั้ง

แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่เบ๊กำลังจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าได้อยู่แล้ว แต่เพื่อนที่เดินทางมาด้วยกันกับเขา กลับกลายเป็นผู้ลงมือจับตัวเขาไว้ด้วยตนเอง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตามเข้ามาเพื่อควบคุมเหตุการณ์

เบ๊ถูกจับ ด้วยสาเหตุที่มอบความเชื่อใจที่มีอยู่ทั้งหมดไปไว้ให้กับเพื่อน เพื่อนที่สั่งให้เขานำเอายาเสพติดมาส่งมอบให้ โดยเขาไม่รู้เลยว่านั่นเป็นการกระทำที่เพื่อนของเขาเอง เป็นผู้วางแผนการเอาไว้ และยังนัดแนะให้ตำรวจเข้ามามีส่วนร่วมกับการจับกุมตัวเขา

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ศาลสั่งพิพากษาจำคุกเบ๊นานถึง 7 ปี 6 เดือน จากความผิดหลายคดีรวมกัน โดยเจ้าตัวถูกส่งตัวเข้ามาคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง

ตลอดระยะเวลาที่ติดอยู่ที่นี่ เบ๊ ต้องอยู่อย่างยากลำบากเพราะครอบครัวของเขาอยู่ไกล ไม่สะดวกเดินทางมาเยี่ยม ส่วนเพื่อนที่เขารักนักรักหนาไม่ต้องพูดถึง ไม่เคยโผล่หน้ามาเยี่ยมเขาแม้แต่คนเดียว เมื่อวันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เขาเริ่มรู้สึกตัว และสำนึกผิดต่อสิ่งที่ตัวเองได้กระทำผิดพลาดไปในอดีต

ชีวิตที่ต้องติดอยู่ในสถานกักกัน ได้สอนให้เบ๊มีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่ง ความโชคดีก็ได้วนเวียนกลับมาหาเบ๊อีกครั้ง โดยเขาได้ถูกย้ายมาคุมขังที่แดน๑ หรือแดนการศึกษา แดนดังกล่าวเป็นแดนที่มีผู้ต้องขังที่เรียนจบสูงๆมาอยู่รวมกัน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เหล่าผู้ต้องขังได้เรียนหนังสือ ตั้งแต่ระดับผู้ไม่รู้หนังสือไปจนถึงมหาวิทยาลัยอีกด้วย

เบ๊ ตั้งใจเรียน จนสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายอย่างภาคภูมิใจ นอกจากนี้ เขายังมีโอกาสได้อบรมฝึกวิชาชีพต่างๆ ภายในเรือนจำ

นอกจากนั้น ด้วยความขยันและอดทน ยังทำให้เบ๊ ได้เข้ามามีส่วนในการทำงานเพื่อเรือนจำมากมาย โดยสิ่งที่เจ้าตัวให้ความสนใจและอยากจะนำไปประกอบอาชีพ คือ การถ่ายภาพ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว การตัดต่อวิดีทัศน์ และงานเกี่ยวกับสื่อสารมวลชน ทำให้เขาตั้งใจเรียนรู้งานด้านนี้เป็นพิเศษ

ผลงานของเบ๊ที่ทำออกไปมักได้รับผลการตอบรับกลับมาเป็นอย่างดี ทำให้เบ๋มีกำลังใจที่จะเอาชนะอุปสรรคต่างๆมากขึ้น พร้อมทั้งยังมองเห็นคุณค่าที่มีอยู่ลึกๆ ในตัวเองมากขึ้นด้วย จนในวันนี้เขากลายมาเป็นผู้ช่วยงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีความสำคัญหลักๆ ในการถ่ายทำวีดีทัศน์ และตัดต่อลำดับภาพสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้กับเรือนจำ และผลงานของเขาก็ได้ปรากฏสู่สายตาผู้คนจำนวนมากจนเป็นที่ได้รับการยอมรับ

ถึงตรงนี้ อีกไม่นาน เบ๊ กำลังจะได้รับอิสรภาพในไม่ช้า การเข้ามาติดอยู่ในสถานที่แบบนี้ มันอาจจะดูแย่ก็จริง แต่ที่แน่ๆ มันทำให้เบ๊ได้มีเวลาคิดทบทวนในสิ่งที่ตัวเขาได้ทำผิดพลาดลงไป

เมื่อก่อน เพื่อนอาจจะเป็นเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเขา แต่ตอนนี้เบ๊เข้าใจแล้วว่า ที่ผ่านมาเขาเข้าใจผิดมาโดยตลอด เพราะจากหลายครั้งที่ผ่านมา เพื่อนต่างหากที่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดในชีวิตเขา จากนี้ไป เขาพร้อมแล้วที่จะกลับไปดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง เราทุกคนได้แต่เอาใจช่วย และหวังว่าเบ๊จะกลับออกไปประกอบอาชีพโดยสุจริตอย่างที่เจ้าตัวตั้งใจไว้ เพราะไม่มีคำว่าสายหรอกครับ สำหรับการเริ่มต้นใหม่ ต่อให้คุณเคยชั่วเคยเลวขนาดไหนก็ตาม แต่หากวันหนึ่ง คุณมีสติแวบเดียว นึกขึ้นมาได้ และกลับตัวเป็นคนดี ก็จะไม่มีคำว่าสาย

Leave a Comment